หน้าหลัก ตม สุราษฎร์ธานี   เกี่ยวกับเรา ตม สุราษฎร์ธานี   ข่าวและกิจกรรม ตม สุราษฎร์ธานี   ทำเนียบผู้บังคับบัญชา ตม สุราษฎร์ธานี   ติดต่อเรา ตม สุราษฎร์ธานี
วิสัยทัศน์ตรวจคนเข้าเมือง
พ.ร.บ. ระเบียบ คำสั่ง
การเดินทางสู่ประเทศไทย
อัตราค่าธรรมเนียม
การขออยู่ต่อชั่วคราว
การแจ้งขออยู่เกิน 90 วัน
การแจ้งที่พักคนต่างด้าว
วันหยุดนักขัตฤกษ์ประจำปี
คู่มือแจ้งที่พักสำหรับผู้ประกอบการ
แบบฟอร์มแจ้งที่พัก ตม.30
เเบบฟอร์มการเเจ้งอยู่เกิน 90 วัน
เอกสารเเบบฟอร์มอื่นๆ
แจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวเมื่ออยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วัน ทางอิเล็กทรอนิกส์
คู่มือสำหรับประชาชน
เบาะแสการกระทำความผิด
เกี่ยวกับกฏหมายคนเข้าเมือง
การค้ามนุษย์ ยาเสพติด
อาชญากรรมข้ามชาติ
โทร.1178 หรือ    
077 380 881 (ตม.สุราษ)
077 423 440 (ตม.สมุย)
077 377 947 (ตม.พะงัน)
077 456 947 (ตม.เกาะเต่า)
หากไม่ได้รับความสะดวก /
ความเป็นธรรมจากการเข้ารับบริการ
กรุณาติดต่อ
พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล
ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี
โทรศัพท์: 08-1583-8148
e-mail:
suparerk_p@hotmail.com
หรือ
immigration.surat.samui@gmail.com
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี
สำนักงานจัดหางานสุราษฎร์ธานี
กระทรวงแรงงาน
กระทรวงต่างประเทศ
ผบ.ตร.กำชับทุกหน่วย เตรียมพร้อมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ปราบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
ข่าวประชาสัมพันธ์   ประกาศเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 จำนวนการเข้าชม 81 ครั้ง
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กำชับหน่วยงานในสังกัดขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามแรงงานต่างด้าว ตามมติ ครม. เมื่อ 28 กันยายน 64 ให้นายจ้างและแรงงาน 3 สัญชาติ(ลาว กัมพูชา เมียนมา) ดำเนินการเข้าสู่กระบวนการจ้างงานตามกฎหมาย ภายในวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 64 รวมถึงประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมกลุ่มแรงงาน MOU นั้น

เนื่องด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเป็นระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและสถานประกอบการที่ขาดแคลนแรงงาน พร้อมกับควบคุมมิให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ อีกทั้งได้มีมติให้มีการตรวจสถานที่ประกอบการต่างๆ เพื่อให้คำแนะนำการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขแก่นายจ้างและแรงงานต่างด้าว รวมถึงให้นำแรงงานต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าสู่ระแบบการจ้างงานตามกฎหมายประเทศไทย เพื่อให้ได้รับการดูแลตามสิทธิที่พึงมี ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 64 หลังจากนั้นทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบ ปราบปราม จับกุม และดำเนินคดีกับแรงงานต่างด้าวทำงานผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สนองนโยบายรัฐบาลโดยได้กำชับและสั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ให้ทำการประสานการปฎิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการประชาสัมพันธ์พร้อมสร้างการรับรู้ให้กับนายจ้างและแรงงาน 3 สัญชาติ( ลาว กัมพูชา เมียนมา) เพื่อให้มาดำเนินการภายในกำหนดตาม มติ ครม. โดยหลังจาก 30 พ.ย.64 ให้ประสานการปฎิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการตรวจสอบสถานประกอบการ โรงงาน ที่พักคนงาน และพื้นที่สุมเสี่ยง ทำการสืบสวนปราบปราม จับกุมแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยผิดกฎหมายและนายจ้างที่เกี่ยวข้อง เพิ่มการกวดขันการตรวจตราการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง โดยให้ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยร่วมปฏิบัติต่างๆ ในพื้นที่อย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง ตลอดจนขยายผลไปยังเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดทุกราย พร้อมให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังตามหลักยุทธวิธีตำรวจและถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ได้กำหนด

หากตรวจพบว่าพื้นที่ใดหย่อนยาน ปล่อยปละละเลย หรือมีความผิดพลาดเกิดขึ้น จะถือว่าเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ อีกทั้งเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ควบคุม กำกับดูแล การปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ห้ามเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือเรียกรับผลประโยชน์ทุกกรณี ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อมก็ตาม หากพบจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดทุกราย

ผู้ที่ให้การช่วยเหลือหรือนำพาบุคคลต่างด้าวลักลอบข้ามพรมแดน จะมีโทษฐานเป็นบุคคลที่นำพาบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองซึ่งจะมีโทษจำคุก 10 ปี ปรับ 100,000 บาท แต่ถ้าเกิดมีการช่วยเหลือซ่อนเร้นคือบุคคลต่างด้าวนั้นเข้ามาหลบอยู่ในบ้านท่านหรือมีการอำนวยความสะดวกให้ขึ้นรถหรือว่ามีการหลบหลีกด่านตรวจต่างๆ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 50,000 บาท

ในส่วนของการกระทำความผิดเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวนั้น หากลักลอบหลบหนีเข้าเมือง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท ในกรณีนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำนายโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าวหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำมีโทษจำคุกและห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวทำงาน 3 ปี ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท และถูกผลักดันออกไปนอกราชอาณาจักร และไม่สามารถขอรับใบอนุญาตทำงานได้จนกว่าจะพ้นโทษมาแล้วเป็นระยะเวลา 2 ปี หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ขอประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างและแรงงาน 3 สัญชาติ รวมถึงสถานประกอบการต่างๆ เร่งดำเนินการนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบให้ถูกกฎหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ก่อนวันที่ 30 พฤศจิกายน 64 นอกจากนี้ หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดสามารถแจ้งไปยัง Call Center ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหมายเลข 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง
English
ตม.สุราษฎร์
โทร. 077 380 881
ตม.สมุย
โทร. 077 423 440
ตม.พะงัน
โทร. 077 377 947
ตม.เกาะเต่า
โทร. 077 456 947
บุคคลต้นแบบในการพัฒนาบุคลิกภาพและบริการประชาชน

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ประจำเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๔

ร.ต.อ.อัครพัชร์ ภัทรพลจรัสชัย
รอง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี
ส.ต.ต.หญิง ณิชกานต์ แสะเตาะ
ผบ.หมู่ ตม.จว. สุราษฎร์ธานี
หน้าหลัก    เกี่ยวกับเรา    ข่าวและกิจกรรม    ทำเนียบผู้บังคับบัญชา    ติดต่อเรา
41/12 หมู่ 2 ตำบลทุ่งรัง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84290 โทร. 0-7738-0881-2 แฟกซ์ 0-7738-0883
อีเมล: suratthaniimmigration@gmail.com
Copyright © 2015 Suratthani Immigration. All rights reserved. Design & Develop by ThaiORC.com